วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

CHANGE

เชื่อมั้ยว่า......การเปลี่ยนสิ่งที่ทำเล็กๆ น้อยๆ ในแต่ละวัน 
อาจทำให้เรามองเห็นความสุขอีกด้านก็ได้

ตื่นไปทำงานตอนเช้าทุกวัน
เห็นคนเบียดเสียดกันขึ้นรถ ไม่ว่าจะเป็นรถซู(รถ 4 ล้อเล็ก) รถเมล์ 
รถไฟฟ้า ไหนจะรถมอเตอร์ไซค์ รถแท็กซี่ หรือเรือ(สำหรับบางคน) ที่ต่อคิวกันให้ยาวเหยียด
แซงคิวกันแล้ว แซงคิวกันอีก

ไหนว่าคนไทยรักกัน 
มีน้ำใจเอื้อเฟื้อแบ่งปัน
เป็๋นชนชาติที่มีแต่รอยยิ้ม 
The land of smile ไม่มีในเวลาเร่งรีบเลยหรือ?
เดินชนกันหน่อย นี่ด่าด้วยสายตาทันที
....ก็ได้แต่หวังว่า นั่นคงเป็นส่วนน้อย
....และก็คงได้แต่โทษว่า ก็เศรษฐกิจมันไม่ดี
ข้าวของแพง ฝนตก รถติด คนเลยเครียด 
ก็เลยไม่มีน้ำใจให้กันซะงั้น เออ ก็รำไม่ดีโทษปี่โทษกลองละมั้ง

แล้ววันนึงก็คงต้องถึงเวลา change 
เป็นเรื่องจิ๊บๆ ที่เราทำในวันนั้น
แต่ทำไมให้ความรู้สึกที่แบบว่า โอ้ mother god (โอ้ แม่เจ้า)
 
ดีจังเลย

ก็แค่
1. ลดระดับการเดินให้ช้าลง: ทุกทีทำประหนึ่งว่า ตัวเองกำลังอยู่ในการแข่ง
ขันเดินเร็ว เดินปาดปี๊ดๆ มีแรงเท่าไหร่ใส่ไปหมด... ก็แค่เดินช้าลง แล้วก็หลบให้คนข้างหลังที่ยังหลงคิดว่าตัว
เองกำลังแข่งเดินเร็วเดินนำไปก่อน อวยพรให้เค้าถึงเส้นชัยของเค้าเร็วๆ ละกัน



2.หันไปมองคนรอบข้าง ยิ้มหวานๆ ให้ แล้วเราก็จะได้รับยิ้มตอบแทนมา
 

3. พูดขอบคุณ และขอโทษ ให้เป็นนิสัย: ใครชนเรา เราก็บอกเค้าไปว่าขอโทษ ทั้งๆ ที่เค้าชนเราก็ตาม ใครทำอะไรให้นิดๆ หน่อยๆ ก็ขอบคุณ แม้ว่าคนๆ นั้น จะเป็นแค่ security guard เปิดประตูหน้าตึกก็ตาม เราปลื้มกับพี่ๆ security และแม่บ้านตึกที่เราทำงานอยู่มาก ทุกคนน่ารัก และทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีเยี่ยม 

Change ง่ายๆ นิดๆ หน่อยๆ แล้วจะพบความสุขอีกด้านของความวุ่นวาย

วันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

อนึ่ง....ซึ่งความคิดถึง

คิดถึงๆๆๆๆๆๆๆๆ บอกไม่ถูก
คิดถึงๆๆๆๆๆๆๆๆ เพื่อนๆ ทุกคน
คิดถึงๆๆๆๆๆๆๆๆ น้องๆ ทุกคน
คิดถึงๆๆๆๆๆๆๆๆ อาจารย์ทุกท่าน
คิดถึงๆๆๆๆๆๆๆๆ มหา'ลัย
คิดถึงๆๆๆๆๆๆๆๆ บรรยากาศห้องเรียน
คิดถึงๆๆๆๆๆๆๆๆ โรงอาหาร
คิดถึงๆๆๆๆๆๆๆๆ หอสมุด
คิดถึงๆๆๆๆๆๆๆๆ ต้นไม้
คิดถึงๆๆๆๆๆๆๆๆ ใบหญ้า
คิดถึงๆๆๆๆๆๆๆๆ เสียงหัวเราะ
คิดถึงๆๆๆๆๆๆๆๆ รอยยิ้ม
คิดถึงๆๆๆๆๆๆๆๆ เสียงทักทาย
คิดถึงๆๆๆๆๆๆๆๆ รถซาฟารี
คิดถึงๆๆๆๆๆๆๆๆ เสียงออดหมดคาบ
คิดถึงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ สุดจะบรรยาย

วันนั้นเคยได้ยินมาว่า "เรียน สบายที่สุดแล้ว"
นึกในใจว่า 'ไม่จริงหรอก เหนื่อยจะตาย การบ้่านก็เยอะ รายงานนู่นนี่ ไหนจะกิจกรรมอีก จะเรียกว่าสบายได้ไง_ะ ทำงานสิ สนุกกว่าเป็นไหนๆ ได้ตังค์ด้วย ไม่ต้องมีสอบ mid-term หรือ final หรือเก็บคะแนนให้มันยุ่งยาก

แต่...........

วันนี้เข้าใจอะไรหลายๆ อย่าง
ทุกสิ่งมีความยาก-ง่ายของมัน
การเรียนอาจง่ายสำหรับใครหลายๆ คน แต่มันก็อาจยากสำหรับใครอีกหลายๆ คนด้วย
การทำงานอาจง่ายสำหรับใครหลายๆ คน แต่มันก็อาจยากสำหรับใครอีกหลายๆ คนด้วยเช่นกัน

เรารักอิสระ ไม่ชอบอะไรที่เป็น Pattern
การทำงานที่กำหนดไว้แล้วว่า จันทร์-ศุกร์ 9.00-18.00 ทุกวัน
เป็นอะไรที่ค่อนข้างอึดอัดในตอนแรก
แต่เมื่อได้เรียนรู้ ได้อยู่ในสังคมการทำงานที่ยืดหยุ่น
เห็นพี่ๆ ทำงานกัน ก็รู้ว่าก็ไม่ได้เป็น Pattern อย่างนั้นนี่นา
พี่ๆ ไม่ได้มา 9 โมงเช้าเป๊ะทุกวัน
ไม่ได้รอเวลา 6 โมงเย็นกลับบ้าน
บางวันมาเช้า บางวันเข้าสายหน่อย
บางวันกลับเร็ว เพราะมีธุระ
บางวันกลับช้า เพราะงานที่ต้องเร่งให้เสร็จ
อ๋อ...มันเป็นอย่างนั้นเองหรอ
แต่ก็ไม่ได้ทำให้เราเข้าสายหรือกลับเร็วขึ้นหรอกนะ ห้าห้า..
เรายังคงมาถึงเวลาเดิม และกลับช้าเสมอ
มันคงขึ้นอยู่กับวัฒนธรรมองค์กร และการปรับตัวของเรา

มีเย็นวันนึงกลับมาบ้าน และคุยกับคนใกล้ตัว
บอกเค้าไปว่า "เหนื่อยจังเลยการทำงานเนี่ย"
เค้าเลยให้ข้อคิดกับเราว่า "เพราะอย่างนั้นไง ในขณะที่ยังมีโอกาสก็ให้เลือกงานที่เรารัก ที่เรา enjoy กับมัน
เพราะมันจะกลายเ็ป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเรา"


และวันนี้ เรายังบอกไม่ได้ว่า เรียนหรือทำงานง่ายกว่ากัน
เพราะเราเองชอบทั้ง 2 อย่าง
แต่รู้ว่าเวลานี้ คิดถึงที่สุด คิดถึงๆๆๆๆๆๆ ทุกสิ่งอย่างที่เิวิ่นเว้อไป
นี่มันเป็นความรู้สึกของคนใกล้เรียนจบรึเปล่านะเออ...

วันเกิ๊ด วันเกิด

อาทิตย์ที่ผ่านมา มีงานเลี้ยงวันเกิด
แต่ไม่ใช่ของเราหรอก
เป็นของพี่ในบริษัท งานวันเกิดแบบย้อนหลัง
กินกันแบบง่ายๆ สบา่ยๆ ตอนกลางวัน
ส้มตำ น้ำตา ปลาเผา หมูทอด น้ำเป็บซี่ น้ำแดง ก็ว่ากันไป

ได้กินอาหารกลางวันรวมกันก็เพิ่งวันนี้นี่แหละ
พร้ิอมหน้าพร้อมตา เอร็ดอร่อย
จากร้าน แซ่บวัน แถวรัชดา พี่เค้าว่างั้น
ถามเราว่าเคยไปกินมั้ย
เราบอกว่า "ไม่เคยค่ะ ไม่รู้จักเลย 55"
พี่เค้าบอก "เชย"
55555 นี่หนูไม่รู้จักร้านส้มตำร้านโปรดของพี่ หนูก็เชยหรอเนี่ย
555555 มันท่าจะแจ๋วจริง วันหลังต้องไปเยือน
อันนี้คิดค่าโฆษณาได้มั้ยคะ อาจารย์ขา 55